Advertisement
เจาะลึกเฉพาะกิจหนัง Resident Evil Degeneration
-
นี่น่าจะเป็นรีวิวหนังจากเกมเรื่องแรกเลยก็ว่าได้มั้ง ตอนแรกที่เห็นในโฆษณา ก็รู้สึกตะหงิดๆใจตั้งแต่การจัดเนื้อเรื่องให้เป็นเหตุการณ์ซอมบี้ในสนามบิน และการกลับมาเจอกันระหว่างลีออนและแคลร์ และยิ่งตะหงิดใจมากไปกว่านั้น เมื่อคนสร้างบอกว่า หนังตัวนี้จะผูกเรื่องราวเข้ากันกับเนื้อเรื่องในเกมโดยตรงอีกด้วย

แต่ แน่นอน ในฐานะสาวกไบโอ จะพลาดได้ไง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยครับ เริ่มเรื่องมาในสนามบิน เหตุการณ์อันไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น เมื่อมีเชื้อไวรัสหลุดออกมาจนทำให้เกิดเหตุการณ์คนติดเชื้อ เครื่องบินพุ่งชนสนามบิน จนเป็นที่มาของการปิดสนามบิน (ไม่ต้องกลัวว่าจะสปอย เพราะเหตุการณ์พวกนี้เราเห็นใน Trailer กันมาหมดแล้ว) จนกระทั่งไล่ไปถึงการกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่างสองซุปเปอร์สตาร์ แคลร์ เรดฟิลด์ และ ลีออน สก้อต เคเนดี้

ใน ด้านของพัฒนาการตัวละครนั้น เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากตัวแคลร์มากกว่า ลีออน เนื่องด้วยเราได้พบกับนายลีออนไปสดๆร้อนๆกับไบโอ 4 ที่ผ่านมา และก็ได้รู้ถึงความเป็นไปของเค้าพอสมควร ในขณะที่แคลร์ ซึ่งจบจาก Code Veronica แล้ว เราก็ไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกเลย (ปล่อยให้พี่ชายไปวิ่งเต้นอยู่แถวแอฟริกาคนเดียว) ซึ่งที่พูดว่าพัฒนาการของตัวละครนั้น ก็ไม่ได้เรียกว่าพัฒนาอะไรมากหรอกครับ แค่หนังทำให้เรารับรู้ว่าแคลร์เอง ได้ออกจากวงโคจรการต่อกรกังพวกองค์กรเชื้อไวรัสทั้งหลาย และกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนปกติแบบสมบูรณ์แบบ

ต้น เหตุของเรื่องราวก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนมาก บริษัทยา WilPhama ผู้ที่ถูกมองเป็นตัวร้ายของเหตุการณ์ที่ทำให้เชื้อ T-Virus แพร่กระจายออกไป หนึ่งในตัวละครที่เป็นใจความสำคัญของเนื้อเรื่องก็คือตาแก่ประธานบริษัท ที่อยู่ในสนามบิน ระหว่างการประท้วงของคนที่ไม่ต้อนรับบริษัทยาแห่งนี้ และอีกหนึ่งนักวิจัยคนสนิท ที่พอจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ T-Virus มากกว่าที่หลายคนนึก (จำชื่อไม่ได้ซักคน 5555) อ้อ และอีกคนนึงซึ่งเป็นตัวการให้เชื้อไวรัสถูกแพร่กระจายจริงๆก็คือ Kurtis Miller ตัวละครลึกลับที่ผมก็จำไม่ได้ว่ามันเคยโผล่ในเกมด้วยรึเปล่า แต่คาดว่าน่าจะไม่ ก็เอาเป็นว่ามันมีปมอะไรซักอย่างฝังใจจนทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ก่อ เหตุการณ์ในครั้งนี้นี่แล่ะ ไปดูเองละกัน

ตัว ละครที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ ให้พูดตรงๆ คือแทบจะไม่ได้มีความเหมาะสมของการมาเจอกันแต่อย่างใด เหมือนเนื้อเรื่องอยากจะให้มีแค่ตัวละครแบบนั้นแบบนี้เข้ามาผสมกันอยู่ใน เหตุการณ์ ก็เท่านั้น การกลับมาเจอกันระหว่างแคลร์กับลีออนอีกรอบก็เป็นอะไรที่ไม่มีเหตุผลรองรับ มากพออยู่แล้ว แต่การที่แคลร์ได้เจอกับนักวิทยาศาสต์ของ iPhama จนเค้าเชื้อเชิญเธอเข้าไปที่บริษัท ถึงขั้นมีการอธิบายรายละเอียดบอกทุกอย่างซะจนหมด เป็นอะไรที่แบบว่า เออ แค่จะทำเหตุการณ์ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเอกเข้าไปเอี่ยวด้วยในแต่ละตอนก็แค่นั้น ใช่มั้ยนี่ - -” ที่สำคัญยิ่งคือการปรากฏตัวของแคลร์ในฐานะคนธรรมดาเต็มขั้น ไม่ได้เป็นหน่วยอะไรพิเศษ ไม่ได้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์มากเป็นพิเศษ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครเป็นพิเศษ แล้วยังไม่ได้มีอุดมการณ์ต่อต้านพวกคนชั่วแบบเดียวกับที่ลีออนหรือคริสเป็น มันยิ่งความรู้สึกตะหงิดๆมากขึ้นไปอีก เหมือนกับแค่ว่าภาคนี้จะให้แคลร์กับมาเจอกับลีออน เท่านั้นจริงๆ
ส่วน ทางลีออนเอง ก็ไม่ได้มีสายสัมพันธ์โดยตรงอะไรกับแคลร์ และในหนังเองเค้าก็ต้องอยู่กับหน่วยรบผู้หญิงอีกคนแทบจะตลอด ดังนั้นเลยรู้สึกว่าแคลร์เหมือนเป็นตัวดำเนินเนื้อเรื่องแบบขาดๆเกินๆ ที่เข้ามาเพื่อเอาใจแฟนเกม กับแค่เพื่อทำให้เหตุการณ์บางอย่างมันสานต่อไปได้ แต่ถ้าคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อน มาดูหนังเรื่องนี้ อาจจะรู้สึกว่า ตัวละครตัวนี้ต้องมีอะไรสำคัญแน่ๆ ถึงได้ไปโผล่ตรงนั้นตรงนี้ทั้งๆที่หน้าที่ก็ไม่ใช่ ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่เหมือนกับว่า เอาเธอมาโผล่แล้วก็ใช้ให้จนหมดเรื่องก็เท่านั้น
ในด้านเหตุการณ์ การดำเนินเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ในสนามบินเกิดขึ้นแค่ครึ่งชม.แรกของหนัง และซอมบี้ที่โผล่มาก็แทบจะเป็นตัวประกอบจริงๆ แต่ในความสำคัญของเรื่องทั้งหมด จริงๆแล้วโฟกัสไปที่ตัวบริษัทยาซะมากกว่า และซึ่งจริงๆตัวบริษัทยาเองก็ไม่ได้มีบทบาทสำคัญจริงๆ เพราะเหตุการณ์ตอนสุดท้ายมันเป็นแค่การเชื่อมโยงไปอีกองค์กรที่จะโผล่ในเกม จริงๆ โดยสาระสำคัญของเนื้อเรื่องหนังตัวนี้มีหลักๆคือ (กรุณาอ่านข้ามถ้าไม่อยากสปอย)
1 - เชื้อ T Virus ยังคงถูกทำการวิจัยอยู่ และรัฐบาลก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนสำคัญด้วย
2 - เชื้อ G Virus ยังอยู่ แต่ก็ยังเป็นการแอบวิจัยเหมือนเคย
3 - ลีออนทำงานให้กับรัฐบาลเพื่อต่อต้านองค์กรชั่ว แนวคิดเดียวกันกับคริส ตัวละครในเกมอย่าง Operator สาวในภาค 4 ก็มาโผล่ด้วยแว้บนึง
4 - บริษัท Tricell ที่โผล่ในตอนท้ายเรื่องคือหัวใจสำคัญที่หนังต้องการเชื่อมโยงไปหาเกม (ในภาค 5)
5 - เจ้าของบริษัท WilPhama ก็คือหนึ่งในคนที่โหวตให้บอม Raccoon City
จบ มีอยุ่แค่นั้นจริงๆ มันเหมือนกับว่าคนทำมี Fact สำคัญๆหลายๆอย่างเกี่ยวกับเกมที่จะสื่อออกมา แต่เอามาเชื่อมต่อได้ไม่ดีพอ เพียงเพราะพยายามเอานู่นเอานี่มาเกี่ยวข้องมากเกินความจำเป็น ทั้งเหตุการณ์ปิดสนามบิน ซอมบี้ การแก้แค้นของ Curtis การฉีดยาเข้าตัวเอง (เพียงเพื่อจะให้มีบอสในเกมโผล่มาซักตัว) ความสัมพันธ์ระหว่าง Curtis และน้องสาวที่บังเอิญมาอยู่ในหน่วยที่ทำงานร่วมกับลีออนที่บังเอิญมาเจอ แคลร์ในสนามบินที่บังเอิญได้เจอกับประธานบริษัท iPHama และนักวิทยาศาสตร์และบังเอิญได้รับการเชิญไปเล่าความลับทั้งหมดของบริษัทให้ ฟัง ….
มันไม่เข้ากัน และไม่มีความสำคัญโดยสิ้นเชิง มุขซ้ำๆหลายๆจุดก็ยังแทบจะเดาได้ มันทำให้หนังตัวนี้เป็นเสมือนโปรโมชั่นที่ทำออกมาเพื่อสร้างกระแสไบโอเก่าๆ ให้กลับมาก่อนที่จะสานต่อไปยังเกมภาค 5 มากกว่าอะไรที่จะมาคลายปม หรือเพิ่มความลึกให้กับเกมแต่อย่างใด และอย่างที่พูดด้านบน หลายอย่างมันบังเอิญซะจน ผมเกรงว่าเนื้อเรื่องของหนังจะไปทำลายความศักดิ์สิทธิ์และความลึกของตัว เนื้อเรื่องในเกมที่แฟนหลายๆคนอุตส่าห์เอามาปะติดปะต่อกันให้ดูเป็นเรื่อง เป็นราว (เหตุการณ์ซอมบี้นี่มันก็เกิดกันง่ายเสียเหลือเกิน ไวรัสแพร่ คนเป็นซอมบี้ พระเอกนางเอกเข้าไปสู้ หนีออกมาได้ เจอความลับของบริษัทชั่วร้าย สุดท้ายสู้บอส จบ)
โดยรวมแล้วค่อน ข้างผิดหวัง ยิ่งถ้าไม่นับในส่วนของ CG และ Animation ที่ค่อนข้างแข็งและโบราณในหลายๆจุด (อารมณ์ประมาณ CG เกมยุค PS2) แต่ก็ถือว่าดูเพลินๆพอสนุกได้สำหรับแฟนๆเกมนี้ ก็ยังดีนะ ที่ยังมีความก้าวหน้าบางอย่างของเนื้อเรื่องขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็กระตุ้นอารมณ์ให้อยากรู้เนื้อเรื่องของภาค 5 ได้ระดับนึงละ
เกมส์ออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง

