cheap prom dresses digital picture frames cheap mp3 players store cheap wedding dresses cheap toys DVD Movies for Sale Cheap mp3 Players very cheap mp3 players Discount Shoes discount kitchen appliances discount petsupplies cheap video games cheap pampers discount shoes cheap books cheap shoes cheap engagement rings cheap adult dvds cheap Ipod nano cheap golf clubs cheap ipod touch cheap mp3 downloads slipknot masks for sale
Logo Background RSS

Advertisement

เจาะลึกเฉพาะกิจหนัง Resident Evil Degeneration

  • นี่น่าจะเป็นรีวิวหนังจากเกมเรื่องแรกเลยก็ว่าได้มั้ง ตอนแรกที่เห็นในโฆษณา ก็รู้สึกตะหงิดๆใจตั้งแต่การจัดเนื้อเรื่องให้เป็นเหตุการณ์ซอมบี้ในสนามบิน และการกลับมาเจอกันระหว่างลีออนและแคลร์ และยิ่งตะหงิดใจมากไปกว่านั้น เมื่อคนสร้างบอกว่า หนังตัวนี้จะผูกเรื่องราวเข้ากันกับเนื้อเรื่องในเกมโดยตรงอีกด้วย

    แต่ แน่นอน ในฐานะสาวกไบโอ จะพลาดได้ไง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเลยครับ เริ่มเรื่องมาในสนามบิน เหตุการณ์อันไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น เมื่อมีเชื้อไวรัสหลุดออกมาจนทำให้เกิดเหตุการณ์คนติดเชื้อ เครื่องบินพุ่งชนสนามบิน จนเป็นที่มาของการปิดสนามบิน (ไม่ต้องกลัวว่าจะสปอย เพราะเหตุการณ์พวกนี้เราเห็นใน Trailer กันมาหมดแล้ว) จนกระทั่งไล่ไปถึงการกลับมาเจอกันอีกครั้งระหว่างสองซุปเปอร์สตาร์ แคลร์ เรดฟิลด์ และ ลีออน สก้อต เคเนดี้

    ใน ด้านของพัฒนาการตัวละครนั้น เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากตัวแคลร์มากกว่า ลีออน เนื่องด้วยเราได้พบกับนายลีออนไปสดๆร้อนๆกับไบโอ 4 ที่ผ่านมา และก็ได้รู้ถึงความเป็นไปของเค้าพอสมควร ในขณะที่แคลร์ ซึ่งจบจาก Code Veronica แล้ว เราก็ไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับเธออีกเลย (ปล่อยให้พี่ชายไปวิ่งเต้นอยู่แถวแอฟริกาคนเดียว) ซึ่งที่พูดว่าพัฒนาการของตัวละครนั้น ก็ไม่ได้เรียกว่าพัฒนาอะไรมากหรอกครับ แค่หนังทำให้เรารับรู้ว่าแคลร์เอง ได้ออกจากวงโคจรการต่อกรกังพวกองค์กรเชื้อไวรัสทั้งหลาย และกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนปกติแบบสมบูรณ์แบบ

    ต้น เหตุของเรื่องราวก็ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนมาก บริษัทยา WilPhama ผู้ที่ถูกมองเป็นตัวร้ายของเหตุการณ์ที่ทำให้เชื้อ T-Virus แพร่กระจายออกไป หนึ่งในตัวละครที่เป็นใจความสำคัญของเนื้อเรื่องก็คือตาแก่ประธานบริษัท ที่อยู่ในสนามบิน ระหว่างการประท้วงของคนที่ไม่ต้อนรับบริษัทยาแห่งนี้ และอีกหนึ่งนักวิจัยคนสนิท ที่พอจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ T-Virus มากกว่าที่หลายคนนึก (จำชื่อไม่ได้ซักคน 5555) อ้อ และอีกคนนึงซึ่งเป็นตัวการให้เชื้อไวรัสถูกแพร่กระจายจริงๆก็คือ Kurtis Miller ตัวละครลึกลับที่ผมก็จำไม่ได้ว่ามันเคยโผล่ในเกมด้วยรึเปล่า แต่คาดว่าน่าจะไม่ ก็เอาเป็นว่ามันมีปมอะไรซักอย่างฝังใจจนทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ก่อ เหตุการณ์ในครั้งนี้นี่แล่ะ ไปดูเองละกัน

    ตัว ละครที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ ให้พูดตรงๆ คือแทบจะไม่ได้มีความเหมาะสมของการมาเจอกันแต่อย่างใด เหมือนเนื้อเรื่องอยากจะให้มีแค่ตัวละครแบบนั้นแบบนี้เข้ามาผสมกันอยู่ใน เหตุการณ์ ก็เท่านั้น การกลับมาเจอกันระหว่างแคลร์กับลีออนอีกรอบก็เป็นอะไรที่ไม่มีเหตุผลรองรับ มากพออยู่แล้ว แต่การที่แคลร์ได้เจอกับนักวิทยาศาสต์ของ iPhama จนเค้าเชื้อเชิญเธอเข้าไปที่บริษัท ถึงขั้นมีการอธิบายรายละเอียดบอกทุกอย่างซะจนหมด เป็นอะไรที่แบบว่า เออ แค่จะทำเหตุการณ์ขึ้นมาเพื่อให้ตัวเอกเข้าไปเอี่ยวด้วยในแต่ละตอนก็แค่นั้น ใช่มั้ยนี่ - -” ที่สำคัญยิ่งคือการปรากฏตัวของแคลร์ในฐานะคนธรรมดาเต็มขั้น ไม่ได้เป็นหน่วยอะไรพิเศษ ไม่ได้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์มากเป็นพิเศษ ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครเป็นพิเศษ แล้วยังไม่ได้มีอุดมการณ์ต่อต้านพวกคนชั่วแบบเดียวกับที่ลีออนหรือคริสเป็น มันยิ่งความรู้สึกตะหงิดๆมากขึ้นไปอีก เหมือนกับแค่ว่าภาคนี้จะให้แคลร์กับมาเจอกับลีออน เท่านั้นจริงๆ

    ส่วน ทางลีออนเอง ก็ไม่ได้มีสายสัมพันธ์โดยตรงอะไรกับแคลร์ และในหนังเองเค้าก็ต้องอยู่กับหน่วยรบผู้หญิงอีกคนแทบจะตลอด ดังนั้นเลยรู้สึกว่าแคลร์เหมือนเป็นตัวดำเนินเนื้อเรื่องแบบขาดๆเกินๆ ที่เข้ามาเพื่อเอาใจแฟนเกม กับแค่เพื่อทำให้เหตุการณ์บางอย่างมันสานต่อไปได้ แต่ถ้าคนที่ไม่เคยเล่นเกมมาก่อน มาดูหนังเรื่องนี้ อาจจะรู้สึกว่า ตัวละครตัวนี้ต้องมีอะไรสำคัญแน่ๆ ถึงได้ไปโผล่ตรงนั้นตรงนี้ทั้งๆที่หน้าที่ก็ไม่ใช่ ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่เหมือนกับว่า เอาเธอมาโผล่แล้วก็ใช้ให้จนหมดเรื่องก็เท่านั้น

    ในด้านเหตุการณ์ การดำเนินเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ในสนามบินเกิดขึ้นแค่ครึ่งชม.แรกของหนัง และซอมบี้ที่โผล่มาก็แทบจะเป็นตัวประกอบจริงๆ แต่ในความสำคัญของเรื่องทั้งหมด จริงๆแล้วโฟกัสไปที่ตัวบริษัทยาซะมากกว่า และซึ่งจริงๆตัวบริษัทยาเองก็ไม่ได้มีบทบาทสำคัญจริงๆ เพราะเหตุการณ์ตอนสุดท้ายมันเป็นแค่การเชื่อมโยงไปอีกองค์กรที่จะโผล่ในเกม จริงๆ โดยสาระสำคัญของเนื้อเรื่องหนังตัวนี้มีหลักๆคือ (กรุณาอ่านข้ามถ้าไม่อยากสปอย)

    1 - เชื้อ T Virus ยังคงถูกทำการวิจัยอยู่ และรัฐบาลก็เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนสำคัญด้วย
    2 - เชื้อ G Virus ยังอยู่ แต่ก็ยังเป็นการแอบวิจัยเหมือนเคย
    3 - ลีออนทำงานให้กับรัฐบาลเพื่อต่อต้านองค์กรชั่ว แนวคิดเดียวกันกับคริส ตัวละครในเกมอย่าง Operator สาวในภาค 4 ก็มาโผล่ด้วยแว้บนึง
    4 - บริษัท Tricell ที่โผล่ในตอนท้ายเรื่องคือหัวใจสำคัญที่หนังต้องการเชื่อมโยงไปหาเกม (ในภาค 5)
    5 - เจ้าของบริษัท WilPhama ก็คือหนึ่งในคนที่โหวตให้บอม Raccoon City

    จบ มีอยุ่แค่นั้นจริงๆ มันเหมือนกับว่าคนทำมี Fact สำคัญๆหลายๆอย่างเกี่ยวกับเกมที่จะสื่อออกมา แต่เอามาเชื่อมต่อได้ไม่ดีพอ เพียงเพราะพยายามเอานู่นเอานี่มาเกี่ยวข้องมากเกินความจำเป็น ทั้งเหตุการณ์ปิดสนามบิน ซอมบี้ การแก้แค้นของ Curtis การฉีดยาเข้าตัวเอง (เพียงเพื่อจะให้มีบอสในเกมโผล่มาซักตัว) ความสัมพันธ์ระหว่าง Curtis และน้องสาวที่บังเอิญมาอยู่ในหน่วยที่ทำงานร่วมกับลีออนที่บังเอิญมาเจอ แคลร์ในสนามบินที่บังเอิญได้เจอกับประธานบริษัท iPHama และนักวิทยาศาสตร์และบังเอิญได้รับการเชิญไปเล่าความลับทั้งหมดของบริษัทให้ ฟัง ….

    มันไม่เข้ากัน และไม่มีความสำคัญโดยสิ้นเชิง มุขซ้ำๆหลายๆจุดก็ยังแทบจะเดาได้ มันทำให้หนังตัวนี้เป็นเสมือนโปรโมชั่นที่ทำออกมาเพื่อสร้างกระแสไบโอเก่าๆ ให้กลับมาก่อนที่จะสานต่อไปยังเกมภาค 5 มากกว่าอะไรที่จะมาคลายปม หรือเพิ่มความลึกให้กับเกมแต่อย่างใด และอย่างที่พูดด้านบน หลายอย่างมันบังเอิญซะจน ผมเกรงว่าเนื้อเรื่องของหนังจะไปทำลายความศักดิ์สิทธิ์และความลึกของตัว เนื้อเรื่องในเกมที่แฟนหลายๆคนอุตส่าห์เอามาปะติดปะต่อกันให้ดูเป็นเรื่อง เป็นราว (เหตุการณ์ซอมบี้นี่มันก็เกิดกันง่ายเสียเหลือเกิน ไวรัสแพร่ คนเป็นซอมบี้ พระเอกนางเอกเข้าไปสู้ หนีออกมาได้ เจอความลับของบริษัทชั่วร้าย สุดท้ายสู้บอส จบ)

    โดยรวมแล้วค่อน ข้างผิดหวัง ยิ่งถ้าไม่นับในส่วนของ CG และ Animation ที่ค่อนข้างแข็งและโบราณในหลายๆจุด (อารมณ์ประมาณ CG เกมยุค PS2) แต่ก็ถือว่าดูเพลินๆพอสนุกได้สำหรับแฟนๆเกมนี้ ก็ยังดีนะ ที่ยังมีความก้าวหน้าบางอย่างของเนื้อเรื่องขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็กระตุ้นอารมณ์ให้อยากรู้เนื้อเรื่องของภาค 5 ได้ระดับนึงละ

    เกมส์ออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง

คอมเม้นสักหน่อย